วิธีดูแลรถขนของป้ายแดงให้ใหม่อยู่เสมอ บางครั้งบางที กว่าที่เราจะสามารถเก็บเงินแล้วซื้อรถใหม่สักครั้งหนึ่งป้ายแดงมาใช้คุณคิดว่ารอใช้เวลานานแค่ไหนกี่ปี แล้วซื้อรถมาแล้วเราควรที่จะมี วิธีดูแลถนอมและดูแลรักษา อย่างไรบ้าง

ซึ่งในบางครั้งบางคนอาจจะดูแลรถของตนเองดีกว่าดูแลภรรยาหรือบางคนอาจจะปล่อยปละละเลย ไม่ค่อยให้ความใส่ใจ แต่ที่แน่ๆ การที่เราจาก ดูแลรถของเราให้อยู่ในสภาพที่ใหม่ได้ดีเสมอนั้นวันนี้เรามีเทคนิคนิดหน่อยน้อยซึ่งอยากจะมาแนะนำ เนื่องจากว่าแต่ก่อนนั้นเราเคยมีรถหลายคัน และที่บ้านเคยทำธุรกิจเกี่ยวกับ รถรับจ้างขนของ ที่วิ่งขนย้ายของไปทั่วประเทศจึงทำให้เราต้องมีการจัดการวางแผนการดูแล รถขนของ ของเราให้เป็นอย่างดี เพราะว่ารับจ้างเราทุกคันก่อนที่จะไปให้บริการขนย้ายของขนย้ายบ้านหรือขนย้ายอื่นๆทั่วไปมากมายให้กับลูกค้านั้นก็จะต้องมีการเตรียมสภาพและตรวจเช็ครถ อย่างไรให้ดีที่สุด ดังนั้นวันนี้เราจึงอยากมาช่วยแชร์ประสบการณ์ ในการดูแลรถของเรา ในแต่ละคัน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะรถขนของอย่างเดียวเท่านั้นก็จะมีประเภทรถอื่นเช่น รถสิบล้อรับจ้าง รถกระบะรับจ้าง รถ 6 ล้อรับจ้าง รถเฮี๊ยบรับจ้าง รวมไปจนถึง รถรับจ้างขนย้ายบ้าน อื่นซึ่ง ทุกคันที่เรากล่าวมานี้โดยปกติเราจะดูแลรถ ด้วยวิธีง่ายๆก่อนโดยจะเริ่มต้นจาก

1. สำหรับคนที่เพิ่งออกรถถอยรถมาใหม่ๆปลายแดงในระยะแรกๆควรที่จะใช้ ความเร็วในการขับขี่ที่ไม่สูงมากหรือ ไม่ควรเกิน 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

2. ในช่วงเช้าหรือเครื่องเย็นหรืออากาศภายนอกเย็นในการออกสตาร์ทรถไม่ควรที่จะอัดคันเร่งหรือพรุ่งกระชากเร็วจนเกินไปให้ค่อยๆเรียงความเร็วขึ้นไปสักระยะหนึ่งก่อน ประมาณซัก 20 นาที เราค่อยใช้อัตราความเร็วปกติ

3. ช่วงที่เราเดินทางไกลหรือในช่วงที่อากาศร้อนจัดจะไม่ควรที่จะใช้ความเร็วลดมากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ยางหรือตัวเครื่องร้อนเร็วกว่าปกติ

4. หมั่นคอยสังเกตรถในช่วงเช้าขณะสตาร์ท ว่ามีเสียงอะไรดังแปลกๆหรือไม่เช่นสายพาน เสียงคอมเพรสเซอร์แอร์ ควรที่จะมีการฟังเสียงให้ดีก่อนที่จะออกจากที่จอด

5. ตัวเช็คน้ำมันเครื่อง อยู่เสมอหรือก่อนออกเดินทางไกลว่าน้ำมันเครื่องอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์หรือไม่ และ ต้องดูด้วยว่าเปลี่ยนน้ำมันเครื่องล่าสุดเมื่อไหร่ระยะทางถึงรอบในการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแล้วหรือยังเพื่อให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพ มากที่สุด

6. การจอดรถควรจอดในที่ร่มหรือมีที่บังแดดเพราะว่าจะช่วยในเรื่องของ ความเย็นในรถหรือป้องกันไม่ให้สีมีการซีดลงเร็วกว่าปกติอาจเป็นไปได้หากรถเป็นสีที่สว่างก็จะช่วยในเรื่องของการลดความร้อนในรถขณะจอดรถนั่นเอง

7. หากรถลาวเป็นเบาะหนัง ควรที่ใช้น้ำยาเคลือบเบาะหนังเพื่อว่าจะให้หนังมีความมันเงาและใหม่อยู่เสมอ

8. ในการล้างรถในแต่ละครั้งหลังจากล้างเสร็จแล้วเราควรที่จะใช้ wax ในการเคลือบสีรถ เพื่อจะช่วยในเรื่องของการถนอมสีของรถให้สด และสวยรวมไปจนถึงป้องกันรอยขีดข่วนที่อาจจะเกิดขึ้นได้

9. ตรวจเช็คสภาพแบตเตอรี่รถยนต์โดยเฉพาะใครที่ต้องเดินทางไกลการที่แบตเตอรี่ท่านเสื่อมอาจจะทำให้การเดินทางของท่านต้องติดขัดเช่นสตาร์ทไม่ติดแล้วทำให้เราต้องเสียเวลาในการที่จะเรียกช่างบริการมาเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้ ซึ่งโดยปกติแล้วราคาแบตเตอรี่ก็ไม่ได้สูงมากแต่หากเราปล่อยให้รถสตาร์ทไม่ติดแล้วต้องเลือกฝ่ายบริการกับกายเป็นว่าเราต้องเสียค่าบริการพร้อมๆกับราคาแบตเตอรี่ดังนั้นควรมีการตรวจเช็คน้ำกลั่นว่าอยู่ในสภาพที่ได้เกณฑ์มาตรฐานหรือไม่ขั้วแบตเตอรี่เสื่อมหรือไม่และเตอรี่มีรอยแตกหรือไม่ และตรวจเช็คว่าในช่วงสตาร์ทตอนเช้าสตาร์ทติดยากหรือไม่หากสตาร์ทแล้วลากยาว นั่นเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าแบตเตอรี่รถยนต์ของท่าน นั้นใกล้จะเสื่อมแล้วจึงต้องทำการเปลี่ยนรูปใหม่โดยทันที

10. ตรวจเช็คหัวเทียนรถยนต์อยู่อย่างสม่ำเสมออาการของหัวเทียนเริ่มได้ประสิทธิภาพนั่นคือการที่เราสตาทเครื่องติดยาหรือเครื่องมีลักษณะรูปร่างนั้นหัวเทียนมีผลมากต่อกันสาดรถ

11. ตรวจเช็ค ก้านปัดน้ำฝนให้อยู่ในสภาพที่ดีสังเกตได้จากในระหว่างที่ทดสอบใช้งาน จะต้องสามารถปรับ น้ำได้ สะอาดและไม่มีเสียง หาก ทดสอบแล้วมีเสียงของ ยางปัดน้ำฝนเมื่อกระทบกับกระจกรถควรที่จะทำการเปลี่ยนใหม่โดยทันที

12. ตรวจเช็คระบบไฟทุกจุดไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าไฟตัดหมอกไฟเบรค ไฟถอยหลังไฟเลี้ยว ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ตามปกติเพราะว่าทุกจุดนั้นมีส่วนสำคัญมาก เพราะจะช่วยลดอุบัติเหตุ ของเราในระหว่างขับขี่เดินทาง