ศาสตร์พระราชา ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ให้แก่ปวงชนชาวไทย ไม่ใช่เฉพาะพสกนิกรของพระองค์ท่านเท่านั้นที่ประจักษ์แจ้งเห็นจริง แต่คนทั่วโลกยังยอมรับว่า เป็นวิถีชีวิตที่สร้างความเป็นดีอยู่ดี พอดี มีสุข
ศาสตร์พระราชา กลายเป็นศาสตร์ที่ทำให้ดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคงสันติสุข และยั่งยืน นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ จึงมอบหมายให้ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ทั่วประเทศ ประสานกับหน่วยงานในพื้นที่ทั้งระดับจังหวัด/อำเภอ นำศาสตร์พระราชาเข้าสู่ระบบการศึกษาและเรียนรู้ เพื่อให้ความรู้ติดตัวเด็ก และเยาวชนรุ่นใหม่จนกระทั่งเจริญเติบโต และให้ศาสตร์พระราชา เป็นแกนหลักขับเคลื่อนประเทศอย่างยั่งยืน

เครือข่ายครูดีของแผ่นดิน เล็งเห็นความสำคัญและมุ่งมั่นที่จะสร้างพัฒนาคนดีให้แผ่นดิน จึงจัดอบรมศาสตร์แห่งพระราชา เพื่อการเป็นครูดีของแผ่นดินเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท ให้แก่ผู้บริหารสถานศึกษา ครู คณาจารย์ต่างๆ ทั่วประเทศ เมื่อช่วงปลายเดือน ก.ค.60 ที่ผ่านมา ที่โรงแรมตรัง กรุงเทพฯ
โดยมี วิทยากรชื่อดังมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ แก่ผู้เข้าอบรม นำโดย พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ประธานกรรมการอำนวยการเครือข่ายครูดีของแผ่นดิน, ดร.มลฤดี สระฏัน ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนามนุษย์ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มูลนิธิมั่นพัฒนา, นายนิกร จำนง ประธานอนุกรรมการศึกษาปรัชญาทฤษฎีศาสตร์พระราชา, นางปิยาภรณ์มัณฑะจิตร ผู้จัดการมูลนิธิสยามกัมมาจล และ ศ.ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์ นักวิชาการหัวก้าวหน้า ที่มาสะท้อนความก้าวหน้าทางการศึกษาโลกและการศึกษาไทย
\’ศาสตร์แห่งพระราชา\’ เพื่อการเป็นครูดีของแผ่นดิน thaihealth
นอกจากเวทีความคิดแล้วยังมีกิจกรรมฝึกหัดเพื่อนำไปสู่การวิเคราะห์เกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยนำ 2 เงื่อนไข นั่นคือความรู้ และคุณธรรม 3 หลักการคือ พอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี และ 4 มิติ คือ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม มาเป็นแบบฝึกหัดให้ผู้เข้าอบรม ได้ร่วมกันคิดวิเคราะห์และนำเสนอ เพื่อจะได้เข้าใจถึงแก่นแท้ของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมนำองค์ความรู้นี้ ไปถ่ายทอดแก่เด็กนักเรียนได้เป็นอย่างดี
ขณะที่ผู้เข้าอบรมที่ดูจะเป็นดาวเด่น “ครูอุทิศ กลางมณี” ครูผู้พิการทางสายตา จาก รร.บ้านโคกมะขวิด จ.นครสวรรค์ เล่าว่า ศาสตร์พระราชาเป็นศาสตร์ที่ทำให้เรามีความสุขคู่คุณธรรม ซึ่งตัวเองเป็นผู้พิการทางสายตา ปกติจะมีความทุกข์ใจเป็นอย่างมาก จึงนำหลักธรรมอริยสัจ 4 มาดำเนินชีวิตควบคู่กับศาสตร์พระราชา โดยนำหลักศาสตร์พระราชาด้านการมักน้อย สันโดษ สงบ สงัด ไม่คลุกคลี มาดำเนินชีวิต หลังจากนั้นก็ทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปคือมีความทุกข์น้อยลง เพราะพื้นฐานคนพิการจะมีความทุกข์ในใจมากอยู่แล้ว และทำให้มีพลังมากขึ้นพร้อมที่จะทำความดีในด้านต่างๆ แก่ลูกศิษย์ และชาวบ้าน อาทิ สอนพิเศษให้เด็กๆ ได้เรียนฟรี และนำเบี้ยคนพิการไปซื้อข้าวสารแจกชาวบ้าน ทำให้ตัวเองได้รับการยอมรับจากชาวบ้านและชุมชนในความบกพร่องของตนเอง
ครูอุทิศ กล่าวต่อว่า ศาสตร์พระราชา สอนให้คนดำรงชีวิตอย่างมีความสุข อยู่ในโลกอย่างมีความสุข ตนเองจึงนำศาสตร์นี้ มาเรียนรู้ควบคู่กับหลักพระพุทธศาสนาและมุ่งทำความดี เพื่อถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 หลังจากอบรมจะนำหลักศาสตร์พระราชาไปใช้กับโรงเรียนคือ ทางโรงเรียนขาดครู ก็จะนำเงินไปจ้างครูมาสอน ผู้ปกครองช่วยกันจ่ายครูทุกคนช่วยกันออก เป็นต้น และจะนำศาสตร์พระราชาไปใช้กับเด็กนักเรียน โดยการถ่ายทอด 4 มิติ คือ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ให้เด็กๆ รู้จักเพิ่มมากขึ้น และ 2 เงื่อนไข ได้แก่ ความรู้ และคุณธรรม ,3 หลักการคือ พอประมาณ มีเหตุผล และ มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีตัวเองทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมออยู่แล้ว พร้อมทั้งจะผลักดันให้เด็กนักเรียนรู้จักการออมและการจ่ายเงินเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเริ่มจากให้เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียงก่อนและฝึกให้เด็กรู้จักการออม ฝากประจำหมู่บ้าน และนำเงินฝากธนาคารออมสิน ตามลำดับ
\’ศาสตร์แห่งพระราชา\’ เพื่อการเป็นครูดีของแผ่นดิน thaihealth
“อยากให้ประชาชนทุกคนมีความรู้เกี่ยวกับศาสตร์พระราชาทั้งหมด เพราะมีบางกลุ่มเข้าใจในศาสตร์พระราชาผิดๆ เพราะมีการเล่าต่อกันมาเป็นทอดๆ และอยากให้วงการศึกษาไทยมีบทเรียนให้เด็กนักเรียน ต้องท่องจำศาสตร์พระราชาทุกข้อให้ได้เพราะเมื่อจำศาสตร์พระราชาได้เกิดเหตุวิกฤติในชีวิต เด็กๆ เหล่านั้นจะนำศาสตร์พระราชานี้ มาใช้ได้จริงในชีวิต” ครูอุทิศ กล่าว
ด้าน ครูอรุณี พิมเสน จากรร.บ้านห้วยทราย จ.เชียงใหม่ เล่าว่า ตัวเองได้ทำงานเพื่อพระราชวงศ์มาโดยตลอด เพื่อเติมเต็มในเรื่องศาสตร์พระราชา ให้แก่ตนเองจึงตัดสินใจเข้าร่วมอบรมครั้งนี้ ซึ่งดูจากประวัติวิทยากรแต่ละท่านล้วนมีความรู้แน่นมาก รู้จริง และเนื้อหาการอบรมเน้นให้ครูรู้จักการครองงาน ครองคน และครองตนตามศาสตร์พระราชา โดยการให้ครูยึดมั่นในหลักคุณธรรมนำไปบริหารตนเอง นักเรียน และสถานศึกษาหลังจากอบรมเสร็จสิ้น ทำให้ตนเองเข้าใจในหลักเศรษฐกิจพอเพียงอย่างถ่องแท้ และจะนำเทคนิคต่างๆ ที่วิทยากรสอนในห้องเรียน ไปประยุกต์ใช้ในการสอนของตนเอง
“การปฏิบัติตนตามศาสตร์พระราชา ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในฐานะตนเองเป็นครู ก็จะทำเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่นักเรียนในเรื่องการออม โดยจะทำให้เด็กเห็นว่า ใช้จ่ายอย่างไรถึงเหมาะสมกับคำว่า พอประมาณ และสอนให้เด็กรู้จักการออมมากขึ้น พร้อมทั้ง จะนำศาสตร์พระราชา ด้านคุณธรรม ไปใช้กับโรงเรียนของตนเองเพราะจะทำให้เด็กเป็นคนดี” ครูอรุณี กล่าว
ศาสตร์พระราชา…ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานผ่านวิธีการต่างๆ ด้วยมุ่งหมายที่จะพัฒนา ป้องกัน และแก้ไขปัญหาเพื่อประโยชน์สุข เป็นศาสตร์ที่เข้าถึงทุกเพศ ทุกวัย เมื่อทุกคนน้อมนำแนวคิด บรรดาองค์ความรู้และภูมิปัญญาไปปรับใช้ย่อมสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมั่นคง สันติสุข และยั่งยืน
/ขอบคุณ สสส