หมอเตือนไขสันหลังอักเสบเป็นซ้ำได้ แนะต้องดูแลสุขอนามัย-ป้องกันการติดเชื้อไวรัส โรคไขสันหลังอักเสบ คือโรคที่มีอาการอักเสบของปลอกหุ้มเส้นประสาทในไขสันหลัง สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อไวรัส หรือเกิดจากภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติเข้าทำลายไขสันหลัง หรืออาจเกิดภายหลังการติดเชื้อ อาทิ โรคติดเชื้อไวรัส โรคทางภูมิคุ้มกันต้านทานโรคผิดปกติ เช่น โรคเอสแอลอี โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง

การได้รับวัคซีน เช่น วัคซีนโรคหัด โรคคางทูม โรคไขสันหลังอักเสบส่วนใหญ่จะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย ผู้ป่วยจะมีอาการแขนขาอ่อนแรง ชา หรือระบบขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะผิดปกติ โดยบางรายจะมีอาการแสบร้อน หรือมีอาการคล้ายมีอะไรมารัดตามตัว มีอาการเกร็งของกล้ามเนื้อคล้ายเป็นตะคริว โรคนี้ไม่สามารถป้องกันได้โดยตรง อาจป้องกันโดยการรักษาสุขอนามัย เพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัส หากเป็นโรคไขสันหลังอักเสบผู้ป่วยจะต้องออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทำกายภาพบำบัด ฝึกการขับถ่ายตามแพทย์แนะนำ ดูแลอย่าให้ท้องผูก ป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ ทานยาให้ครบถ้วน ไม่ขาดยา และควรไปพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการแขนขาอ่อนแรงมากขึ้น ถ้าเกิดจากการติดเชื้อไวรัสต้องให้ยาต้านไวรัส หากเกิดจากภูมิคุ้มกันผิดปกติในระยะเฉียบพลัน จำเป็นต้องได้รับยาสเตีย รอยด์ขนาดสูงทางหลอดเลือดดำ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นต้องได้รับการเปลี่ยนถ่ายพลาสมา สำหรับการรักษาระยะยาวขึ้นอยู่กับผลของการตรวจเลือด ถ้าพบการกำเริบมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูง จำเป็นต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกันอย่างน้อย 3-5 ปี. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth